5 วิธีดูแลผิวรอบดวงตา ให้สดใส ไม่หมองคล้ำเหมือนหมีแพนด้า

214 จำนวนผู้เข้าชม  | 

5 วิธีดูแลผิวรอบดวงตา ให้สดใส ไม่หมองคล้ำเหมือนหมีแพนด้า

ใต้ตาคล้ำ ทำไงดี มาดูวิธีดูแลผิวรอบดวงตา ให้กลับมาใสปิ๊งแบบไม่โทรม สาว ๆ คนไหนมีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เรามีเคล็ดลับกู้ความสดใสให้กับตาคู่สวยแบบเร่งด่วนมาฝาก
.
1. มาสก์ดวงตาด้วยถุงชา
สาว ๆ คนไหนดื่มชาหมดแล้ว อย่าเพิ่งทิ้งถุงชาเด็ดขาด เพราะสามารถนำมามาสก์ใต้ตาได้ เริ่มจากบีบน้ำในถุงชาที่ใช้แล้วออกให้หมด จากนั้นนำแช่ตู้เย็นไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วนำมาวางไว้บนดวงตา วิธีนี้นอกจากจะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายแล้ว คาเฟอีนที่อยู่ในชายังช่วยลดรอยคล้ำและลดอาการตาบวมได้อีกด้วย
.
2. กากกาแฟ
สำหรับสายปาร์ตี้ หรือสายทำงานโต้รุ่งจนตาบวมปูดและขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า แนะนำให้นำกากกาแฟไปแช่ช่อฟรีซทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนำมาทาบริเวณใต้ดวงตาทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด คาเฟอีนในกากกาแฟจะช่วยลดการอักเสบและรอยคล้ำบริเวณรอบดวงตา ซึ่งใครที่เป็นภูมิแพ้แล้วขอบตาคล้ำก็สามารถใช้สูตรนี้ได้เช่นเดียวกัน โดยแนะนำให้ทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
.
3. แตงกวา
เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับวิธีนี้ เริ่มจากหั่นแตงกวาเป็นแว่น โดยแนะนำให้ใช้แตงกวาที่แช่เย็นไว้แล้วเพื่อความสดชื่น และผ่อนคลาย จากนั้นนำมาวางไว้บนดวงตาของคุณ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แตงกวามีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นและความเย็นแก่ผิว ทำให้การไหลเวียนเลือดบริเวณรอบดวงตาดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอาการบวมและถุงใต้ตาได้เป็นอย่างดี
.
4. นวดรอบดวงตา
เริ่มจากใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางค่อย ๆ นวดเป็นวงกลมรอบดวงตา แล้วลากนิ้วผ่านโหนกแก้มลงมาด้านล่าง โดยแนะนำให้ทาอายครีมร่วมด้วยเพื่อไม่ให้ผิวแห้งขณะนวด วิธีนี้จะช่วยระบายน้ำเหลือง ลดเม็ดสีและการอักเสบบริเวณรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี
.
5. ปกป้องผิวรอบดวงตาด้วยครีมกันแดด
ในแต่ละวันสาว ๆ ต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดจัด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวรอบดวงตาก็เช่นกัน ดังนั้น จึงต้องทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเสมอ โดยแนะนำให้เลือกครีมกันแดดสูตรอ่อนโยนที่สามารถทารอบดวงตาได้ และที่สำคัญคือต้องเป็นกันแดดกันน้ำ เพราะหากเหงื่อออกแล้วครีมไหลเยิ้มเข้าตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในดวงตาได้
.
เมื่อรู้แบบนี้แล้วสาว ๆ ลองนำวิธีดูแลรอบดวงตาที่เรานำมาฝาก ไปทำตามกันดูนะคะ รับรองว่าดวงตาคู่สวยจะต้องกลับมาสดใสดังเดิมแน่นอน
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : chaophya.com, healthline.com, teenvogue.com

Powered by MakeWebEasy.com